เจ้าชายแห่งความเงียบ

*บทความเปิดเผยเนื้อเรื่องทั้งหมดของหนังสือภาพสำหรับเด็กเรื่อง Prince Silencio ของ AИИe  Herbauts
*ขอบคุณ คุณศุภเกียรติ ศุภศักดิ์ศึกษากร สำหรับการถอดเสียงชื่อภาษาฝรั่งเศส

พระราชาไม่ชอบเสียง พระองค์นั้นจนปัญญาจริงๆ กับเมืองที่เต็มไปด้วยการแสดงความคิดเห็นต่างๆ นานา มันช่างวุ่นวายสับสนอะไรอย่างนั้นนะ พวกเขามีเรื่องอะไรให้พูดกันนักหนา พระราชาหน้าตาบูดบึ้ง ความคิดอึงอลอยู่ในใจ  แน่ล่ะ พระองค์ต้องคิดในใจไว้ก่อน เพราะพระองค์ไม่ชอบเสียง

อานน์ แอร์โบซ์ นักเขียนและนักวาดภาพประกอบหนังสือเด็กชาวเบลเยียม วาดภาพเปิดนิทานเรื่องเจ้าชายซิลองซิโอได้อย่างน่ารัก ผู้อ่านจะเห็นพระราชาอยู่ไกลลิบๆ พระราชาไม่ใช่คน แต่พระราชาเป็นหอคอยสูงที่ตั้งอยู่บนภูเขา  มีคิ้ว ตา และจมูก หอคอยทำหน้าบึ้งเหมือนเด็กเอาแต่ใจ

วันนี้เป็นวันที่มีเสียงดังกระหึ่มยิ่งกว่าวันไหนๆ พระราชาคงเป็นผู้เดียวในเมืองที่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเพราะพระองค์อยู่ไกลจากเมืองเสียขนาดนั้น แอร์โบซ์วาดภาพหอคอยอีกอันหนึ่ง มีโดมสีฟ้า หอคอยหลับตาพริ้ม เด็กน้อยคลอดออกมาทางปากที่อ้างกว้างของหอคอย ผู้คนต่างแสดงความยินดี โปรยดอกไม้ บ้างก็โผล่ออกมาจากหน้าต่าง โบกมือไหวๆ โห่ร้อง ทุกคนมีสีหน้ายิ้มแย้ม เทคนิคการวาดภาพของแอร์โบซ์นั้นน่าสนใจ เธอใช้ตัวประทับที่แกะขึ้นมาเอง ประทับลงไปในภาพเป็นลวดลายของผ้าและอาคาร ลวดลาย ลักษณะเครื่องแต่งกายบางส่วนและรูปทรงของอาคารชวนให้นึกถึงประเทศอินเดียหรือไม่ก็ประเทศแถบตะวันออกกลาง

“นี่มันเกิดบ้าคลั่งอะไรกันขึ้นมา” พระราชาเกรี้ยวกราดเอากับทหารที่อยู่หน้าหอคอย
“ข้าแต่พระองค์!
ทารกรูปงามผู้มีเสียงอันไพเราะได้ประสูติแล้ว
ได้โปรดทรงรับการถวายความยินดีอย่างหาที่สุดมิได้จากพวกเราไว้ด้วยเถิด”
ทว่าพระราชาขี้หงุดหงิดตวาดเสียงก้อง
“Silencio!”
ด้วยเหตุนี้ โอรสองค์แรกของพระราชาจึงมีนามว่าซิลองซิโอ-เจ้าชายแห่งความเงียบ

หลายปีผ่านไป เจ้าชายซิลองซิโอเติบโตขึ้นมาเป็นหนุ่มรูปงาม สูงและขี้อาย  แอร์โบซ์วาดให้ชุดของเจ้าชายเป็นสีขาวทั้งหมด  เจ้าชายยืนรับคำสั่ง หอคอยพระราชาหน้าตาโมโห อ้าปากกว้าง  ในพระราชวังนี้สุดจะทนเพราะมีแต่เสียงบ่นไม่พอใจมากเกินไป ในตัวเมืองนั่นอีก เต็มไปด้วยเสียงซุบซิบนินทา พระราชาจึงจัดการขั้นเด็ดขาดประกาศใช้กฎหมายแห่งความเงียบ และแต่งตั้งให้เจ้าชายเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงความเงียบ

น่าสังเกตว่าแอร์โบซ์ให้สีในหน้าแรกๆ โดยเฉพาะในหน้าเปิดไม่ฉูดฉาด ถึงแม้คำบรรยายจะบอกว่าในเมืองนั้นมีเสียงดังอึกทึก แต่เธอก็เลือกใช้สีครีม เหลืองอ่อน และฟ้าใส ที่ทำให้รู้สึกได้ถึงความสงบ ชาวเมืองแต่งชุดมีสีสันหากยังคงดูสบายตา เพราะมีการเว้นพื้นที่ว่างในภาพไว้อย่างพอเหมาะพอดี ชาวเมืองมีความสุขเพราะพวกเขามีโอกาสที่จะพูดและเลือกที่จะเงียบได้โดยไม่ถูกบังคับ  บางทีเสียงของชาวเมืองอาจจะทำให้พระราชาหงุดหงิดอยู่แต่เพียงคนเดียวก็เป็นได้

อย่างไรก็ตามเจ้าชายซิลองซิโอได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างตั้งใจ คอยเฝ้าระแวดระวังตรวจตราไม่ให้ใครละเมิดกฎทำเสียงอึกทึกขึ้นได้  ไม่ช้าผู้คนก็ตกอยู่ภายใต้ความเงียบ แม้แต่การพูดคุยกันธรรมดาก็กลายเป็นเรื่องยากลำบาก ภาพประกอบแสดงให้เห็นว่าทุกคนต่างหลบอยู่แต่ในบ้าน ในเมื่อมีเรื่องราวอยากพูดในที่แจ้ง แต่ถูกห้ามไม่ให้พูด พวกเขาก็ย้ายไปพูดกันในที่ลับ แต่ละคนป้องปากซุบซิบ สายตาจับจ้องไปที่เจ้าชาย พวกเขาหวาดระแวงแต่ไม่มีใครหยุดพูด จากภาพวาดของแอร์โบซ์ ผู้อ่านจะเห็นบรรยากาศของความเงียบที่ได้มาโดยการบังคับขู่เข็ญ  ตึกรามบ้านช่องดูซีดจางไม่มีสีสัน และนั่นยิ่งขับเน้นภาพผู้คนที่อาศัยอยู่ในตึกให้เด่นชัดยิ่งขึ้น ผู้อ่านจะเข้าใจได้ไม่ยากเลยว่าเรื่องที่พวกเขาแอบพูดกันนั้นไม่ใช่เรื่องดีแน่  ตอนนี้พระราชาไม่ได้หน้าบึ้งอีกต่อไปแล้ว แต่ก็น่าแปลกที่พระองค์ไม่ได้ยิ้มพึงใจเช่นกัน

และแล้วความเปลี่ยนแปลงก็มาถึง เมื่อพระราชาสิ้นพระชนม์ แอร์โบซ์วาดภาพเงาทะมึนของหอคอยเต็มหนึ่งหน้ากระดาษ ผู้อ่านจะเห็นภาพเจ้าชายซิลองซิโอหลับตาและหันหน้าไปยังเงามืดนั้น เราไม่อาจรู้ได้แน่นอนว่าเจ้าชายกำลังเสียใจหรือว่าโล่งใจ  แต่ชาวเมืองเหล่านั้นสิ ไม่มีใครเสียใจเลยแม้แต่น้อย แอร์โบซ์วาดอย่างมีชั้นเชิง เธอแสดงให้เราเห็นว่าถึงแม้ชาวเมืองจะสวมหน้ากากแห่งความตายไว้อาลัย แต่ภายใต้หน้ากากเหล่านั้น ใบหน้าของชาวเมืองกลับมีรอยยิ้ม พวกเขากระโดดโลดเต้นแสดงความยินดี แต่ละคนสวมใส่เสื้อผ้าสีสันสดใส งานรื่นเริงกำลังจะมีขึ้นในไม่ช้าแล้ว

ทุกคนกลับมาพูด พูด และพูด เสียงตะโกนดังไปทั่วทุกที่ ผู้คนเบียดเสียดกันจนไม่มีช่องว่าง ชาวเมืองในเสื้อผ้าสีสันฉูดฉาดช่างดูอลหม่าน นาฬิกาเดินติ๊กๆ รถยนต์พ่นควันโขมง ไอน้ำจากการซักผ้าส่งเสียงฉ่าๆ เสียงร้องของลา วัว เป็ดและไก่ เจ้าชายซิลองซิโอมองด้วยความประหลาดใจ เพราะตั้งแต่เกิดมาพระองค์ไม่เคยได้ยินเสียงอึกทึกเช่นนี้มาก่อน(ก็แน่ล่ะ) นั่นช่างดึงดูดใจ เจ้าชายชุดขาวกระโจนเข้าไปในหมู่ผู้คนที่แต่งตัวด้วยชุดหลากสีทันที ทันใดนั้นเองซิลองซิโอ-เจ้าชายแห่งความเงียบก็ได้กลายมาเป็นพื้นที่ว่างขนาดใหญ่ภายในภาพ นั่นทำให้ชาวเมืองแตกตื่น ทุกคนหยุดเต้นรำ หันไปจ้องมองเจ้าชายอย่างจงเกลียดจงชัง ชาวเมืองขับไล่ซิลองซิโอออกไปอย่างไม่รอช้า เพราะหลังจากที่ตกอยู่ภายใต้กฎหมายอันเข้มงวดมายาวนาน ความเงียบคือสิ่งสุดท้ายที่พวกเขาต้องการ

งานรื่นเริงดำเนินต่อไปอีกครั้ง เสียงเพลง เสียงตะโกน เสียงเอะอะอึกทึกทุกเสียงกระหึ่มขึ้น ทุกคนเฉลิมฉลองชัยชนะ ภาพวาดผู้คนอัดแน่นเต็มหน้า สถานการณ์เริ่มวุ่นวายเมื่อทุกคนต่างพูดและพูดโดยไม่มีใครฟังใคร เสียงที่เคยถูกปิดกั้น เสียงอันเซ็งแซ่ กลายมาเป็นเสียงที่ไม่มีใครเข้าใจได้อีกต่อไป  แอร์โบซ์เน้นย้ำผลที่เกิดขึ้นนี้ทั้งคำและภาพโดยใส่ถ้อยคำแทรกลงไปภายในภาพด้วย ถ้อยคำเหล่านี้ไม่มีการเว้นวรรค เช่น hatinhand(hat in hand) , forateaofcupandatoastoftea (for a tea of cup and a toast of tea), hellomisterchatty (hello mister chatty), acupofflourapinchofsalt (a cup of flour a pinch of salt), coughdropsforasorethroat!! (cough drops for a sore throat!!  ) ความเงียบนั้นสำคัญพอๆ กับเสียง ผู้แต่งเชื่อมโยงความเงียบกับพื้นที่ว่างระหว่างตัวอักษรที่ขาดหายไป ถึงแม้ว่าเราจะอ่านได้รู้เรื่อง แต่ก็อ่านได้ลำบากและใช้เวลานานกว่าปกติ แอร์โบซ์แทรกมุขเล็กๆน้อยๆลงไปในภาพ เธอวาดให้คนที่โมโหมากเพราะพูดกันไม่รู้เรื่องเอาค้อนทุบหูเพื่อนจนแตกไปเลย ที่ดีกว่านั้นหน่อยก็กระโดดงับจมูกของอีกฝ่ายด้วยความหงุดหงิด

สุดท้ายชาวเมืองจะทำอย่างไร ผู้แต่งวางคำตอบไว้สมเหตุสมผลและก็ไม่ยากที่ผู้อ่านจะคาดเดา ในขณะที่คำพูดยังคงหลั่งไหลออกมาเป็นสายยาว ifthoseherearetherethosetherearehere , idlechatter!idlechatter! , hewhowalkstalks ชาวเมืองบางส่วนเริ่มแยกตัวออกมาจากฝูงชน พวกเขาเริ่มเรียนรู้ถึงคุณค่าของความเงียบ กลับมาหาพวกเราเถิดเจ้าชายซิลองซิโอ ชาวเมืองร้องเรียก พวกเขาทนกับเสียงอึกทึกขนาดนี้ต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว

อานน์ แอร์โบซ์ วาดตอนจบไว้อย่างนุ่มนวล ผู้อ่านจะมองไม่เห็นตัวเจ้าชาย แต่รับรู้ได้ว่าเจ้าชายกลับมาแล้ว ภาพนั้นบอกผู้อ่านด้วยที่ว่างสีขาวซึ่งคั่นกลางอยู่ระหว่างชาวเมือง และแล้วความเงียบก็คืนกลับมา ไม่ใช่ความเงียบที่ปฏิเสธเสียงโดยสิ้นเชิงเหมือนดังครั้งก่อน หากแต่เป็นความเงียบที่ทอดตัวอยู่ระหว่างเสียงหัวเราะ บทเพลง และถ้อยคำ
เช่นนั้นเอง ความเงียบก็ได้ทำให้เสียงกลายเป็นความรื่นรมย์

*******************

เกี่ยวกับผู้เขียน
อานน์ แอร์โบซ์ (AИИe  Herbauts) นักเขียนและนักวาดภาพประกอบหนังสือภาพสำหรับเด็ก เกิดที่เบลเยียมในปี พ.ศ.2519 จบการศึกษาจากสถาบันวิจิตรศิลป์ที่บรัสเซลส์ เคยได้รับรางวัล Grand Prix de l’Illustration ของฝรั่งเศสในปี พ.ศ. 2552 จากผลงานเรื่อง Moindres petites choses
แอร์โบซ์มีผลงานมากกว่ายี่สิบเล่ม ได้รับการตีพิมพ์ทั้งในภาษาฝรั่งเศสและภาษาอังกฤษ (ดูผลงานเล่มอื่นๆ ของเธอได้ที่
http://jeunesse.casterman.com/catalogues_list.cfm?PeoplesId=2188 )
ผลงานเรื่อง Silencio ได้รับการตีพิมพ์ครั้งแรกเป็นภาษาฝรั่งเศสในปี พ.ศ. 2548 โดยสำนักพิมพ์ Casterman และได้รับการแปลเป็นภาษาอังกฤษในชื่อ Prince Silencio ผู้แปลคือ Claudia Zoe Bedrick จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ Enchanted Lion Booksในปีถัดมา
ปัจจุบันแอร์โบซ์วัย 36 ปี ใช้ชีวิตอยู่ในทั้งเบลเยียมและฝรั่งเศส

 

Advertisements
Tagged , ,

3 thoughts on “เจ้าชายแห่งความเงียบ

  1. OOY พูดว่า:

    เล่มนี้สวยจังน่อ ^^

  2. aimmo.mo พูดว่า:

    น่าอ่านจังค่ะ อ่านมาเท่านี้ก็รู้สึกว่าคนแต่ง(วาด) มีชั้นเชิงจัง ^ ^

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: