ซากี เรื่องเล่าของเด็กดี

*บทความนี้เปิดเผยเนื้อเรื่องทั้งหมดของเรื่องสั้น “นักเล่าเรื่อง” ของ ซากี

อัลบา มารินา ริเวรา นักวาดภาพประกอบลูกครึ่งรัสเซีย-คิวบา ได้หยิบยกเอาเรื่องสั้นที่ชื่อ “นักเล่าเรื่อง”  ( El Contador de Cuentos / The story-teller ) ผลงานของนักเขียนมีชื่อชั้นนามว่า “ซากี”  มาทำเป็นหนังสือภาพสำหรับเด็กที่สวยงามและตีความได้อย่างน่าสนใจ

ซากีเป็นนามปากกาของเฮ็กเตอร์ ฮิว มันโร (Hector Hugh Munro) นักเขียนและนักหนังสือพิมพ์ชาวอังกฤษเชื้อสายสกอต หนังสือรวมเรื่องเล่าของซากีมีอยู่ 2 เล่ม คือ The Chronicles of Clovis (1911) และ Beasts and Super-Beasts (1914) (เรื่องสั้น “นักเล่าเรื่อง” อยู่ในเล่มหลัง) นวนิยาย 2 เรื่อง ได้แก่ The Unbearable Bassington (1912) และ When William Came (1913)  สามารถหาอ่านเรื่องสั้นแปลบางส่วนได้จากหนังสือ  “เรื่องเล่าของซากี” โดย รัชยา เรืองศรี แพรวสำนักพิมพ์ ฉบับพิมพ์ครั้งแรก ตุลาคม 2545

หนังสือภาพเล่มนี้มีจำนวน 48 หน้า มีขนาด 31×16.5 เซนติเมตร ซึ่งเป็นขนาดที่แปลกกว่าหนังสือภาพทั่วไป  นัยว่าผู้ออกแบบต้องการให้รูปทรงหนังสือละม้ายกับตู้โดยสารรถไฟ เมื่อเลื่อนหนังสือออกมาจากซองก็คล้ายรถไฟกำลังเคลื่อนตัว ดูน่ารักและดึงดูดความสนใจสมกับเป็นหนังสือเด็ก

เรื่องราวเริ่มขึ้นในยามบ่ายอันแสนอบอ้าวและอลหม่าน ระหว่างการเดินทางของผู้โดยสารทั้งสี่คนซึ่งได้แก่ คุณป้าที่พยายามทำให้หลานๆ จอมซนทั้งสามที่เดินทางมาด้วยอยู่ในความสงบแต่ดูเหมือนจะไร้ผล และชายแปลกหน้าที่นั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ตรงกันข้ามซึ่งกำลังจะหมดความอดทนกับสถานการณ์วุ่นวายตรงหน้า

ภาพประกอบสวยงามมาก ริเวรา เลือกใช้แกรไฟต์ผสมกับการลงสีไม้บนพื้นผิวที่ได้จากเทคนิค Photocopy Transfer ¹ ผลที่ได้คือสีนวลสบายตา และลวดลายงดงามที่กลายเป็นเอกลักษณ์ของผู้วาด ริเวราใช้หน้าคู่วาดบรรยายฉากอลหม่านในตู้โดยสาร เด็กสามคนกระโดดไปมา แหกปากร้องอย่างไม่สนใจใคร

“มาดูนอกหน้าต่างนี่มา” คุณป้าร้องบอกไซรีล พยายามเบนความสนใจของหลานชายที่กำลังตบเบาะนั่งให้ฝุ่นฟุ้งกระจาย ได้ผล ไซรีลอิดออดแต่ก็เดินมาโดยดี เด็กชายไม่วายมีคำถาม
“ทำไมพวกแกะถึงถูกต้อนออกไปจากทุ่งนั่นล่ะฮะ”
“ป้าว่ามันถูกต้อนไปทุ่งอื่นที่มีหญ้ามากกว่านี้น่ะ” คุณป้าตอบแบบขอไปที  ฝ่ายหลายชายก็ไม่ยอมแพ้ เพราะเห็นชัดๆ อยู่ว่าทุ่งตรงหน้ามีหญ้าเต็มไปหมด
“บางทีหญ้าในทุ่งอื่นอาจดีกว่าน่ะ” คุณป้าชักจนปัญญา
“ทำไมดีกว่าล่ะฮะ”
“โอ ดูพวกวัวนั่นสิ”
“ทำไมหญ้าในทุ่งอื่นถึงดีกว่าล่ะฮะ”

ซากีเขียนฉากนี้ได้ตลกมาก และริเวราเองก็วาดแสดงคาแรคเตอร์ของคุณป้าได้ชัดเจนมากทีเดียว คุณป้ายังไม่แก่แต่ดูระเบียบจัดและขาดจินตนาการ เป็นคุณป้า “เป๊ะ” ที่ไม่รู้ว่าจะรับมือกับเด็กๆจอมป่วนได้อย่างไร สถานการณ์เริ่มย่ำแย่ลงเรื่อยๆ เมื่อหลานสาวคนเล็กเริ่มท่องเนื้อเพลง “บนถนนไปสู่มัณฑะเลย์ ”  ซึ่งเธอรู้เพียงท่อนแรก (“On The Road to Mandalay” เพลงนี้ถูกดัดแปลงมาจากบทกวี “Mandalay” ของรัดยาร์ด คิปลิงโดย โอเลย์ สปีคส์นักแต่งเพลงชาวอเมริกัน ขับร้องโดยปีเตอร์ ดอว์สัน ท่อนแรกร้องว่า “By the old Moulmein Pagoda, looking eastward to the sea” ) เด็กหญิงแหกปากไม่ยอมหยุด

“มานี่มา ป้าจะเล่าเรื่องให้ฟัง” คุณป้างัดแผนสุดท้ายขึ้นมาใช้ แล้วเริ่มเล่าเรื่องน่าเบื่อของเด็กหญิงคนหนึ่งซึ่งเป็นเด็กที่ดีมาก และสุดท้ายรอดชีวิตจากวัวที่กำลังคลั่ง เพราะเหล่าผู้คนที่ต่างชื่นชมในศีลธรรมอันดีงามของเธอมาช่วยไว้ได้ทัน
“พวกเขาจะไม่มาช่วยเธอหรือคะถ้าเธอไม่ได้เป็นเด็กดี ” หลานสาวคนโตถาม
“ป้าไม่คิดว่าพวกเขาจะวิ่งมาช่วยเธอเร็วอย่างนั้นถ้าพวกเขาไม่ได้ชอบเธอมาก”
“นี่เป็นเรื่องงี่เง่าที่สุดที่หนูเคยฟังมาเลยค่ะ” หลานสาวตอบกลับเจ็บแสบ

มาถึงตอนนี้ชายแปลกหน้าก็ชักสุดจะทนแล้วจึงได้โพล่งออกไปว่าคุณนี่ดูเหมือนจะไม่ใช่นักเล่าเรื่องที่ประสบความสำเร็จเท่าไหร่เลยนะ  ริเวราวาดวาดภาพเป็นมุมเงย ฝั่งหนึ่งเป็นคุณป้า ฝั่งหนึ่งเป็นชายแปลกหน้า เด็กทั้งสามอยู่ตรงกลางโดยมีแม่หนูจอมแหกปากยืนแคะขี้มูกอยู่อย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว คุณป้าส่งสานส์ท้ารบทางสายตา
“งั้นบางทีคุณอาจจะอยากเล่าเรื่องให้พวกเด็กๆฟัง”

เนื้อเรื่องถัดจากตอนนี้นี่เองที่นักวาดภาพประกอบทำงานได้อย่างน่าชื่นชม

ชายแปลกหน้าเริ่มต้นเล่าเรื่องที่คล้ายๆ กับเรื่องเล่าของคุณป้า นั่นคือกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ยังมีเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งที่ชื่อเบอร์ธา เธอเป็นเด็กที่ดีเลิศเลอเป็นที่สุด หน้าคู่นี้ริเวราวาดภาพให้เด็กหญิงเบอร์ธาอยู่มุมซ้ายล่าง และเห็นใบหน้าเพียงครึ่งหนึ่ง เด็กหญิงเบอร์ธาติดโบสีชมพูอันใหญ่บนศีรษะ ส่วนหน้ากระดาษทางขวา  ริเวราวาดภาพคุณป้าและหลานทั้งสามกำลังตั้งใจฟังเรื่องเล่า คุณป้าสวมหมวกติดโบสีชมชมพูอันใหญ่เช่นเดียวกัน การตีความเนื้อเรื่องของริเวราชัดเจนมากในหน้าคู่ถัดไป ซึ่งคราวนี้ในหน้าซ้ายเราจะได้เห็นเด็กหญิงเบอร์ธาเต็มตัว เธอสวมชุดสีชมพูมีผ้ากันเปื้อนสีขาวคลุมทับอีกทีและกำลังกอดตุ๊กตาแนบใบหน้าที่ยิ้มเป็นสุข  หน้าขวาเป็นภาพโคลสอัพไปที่ใบหน้าของเด็กๆ และคุณป้า  (เด็กๆ หน้าตาเบื่อหน่าย เพราะเริ่มรู้สึกว่าไม่ว่าจะเป็นใครก็เล่าเรื่องออกมาเหมือนกันหมด) คุณป้าแนบใบหน้ายิ้มละไมเข้ากับตุ๊กตาของหลานสาว หน้าตาและท่าทางของเด็กหญิงเบอร์ธาช่างละม้ายกับคุณป้า ริเวราแนะนัยให้ผู้อ่านเห็นว่าทั้งสองต่างเป็นภาพสะท้อนของกันและกัน

เด็กหญิงเบอร์ธาเป็นเด็กที่ดีเลิศ เธอทำทุกสิ่งที่ถูกบอกให้ทำ เธอซื่อสัตย์เสมอ รักษาความสะอาดเสื้อผ้า สุภาพเรียบร้อย ริเวราวาดให้ขณะที่เบอร์ธากำลังทำความดีอย่างต่างๆ จะมีพวกนก ผีเสื้อ และกระรอกมาอยู่รอบๆ ตัวเธอ ชวนให้นึกถึงนิทานเรื่องสโนว์ไวท์ที่นางเอกมักจะมีสัตว์ต่างๆ มารายล้อมอยู่เสมอ

เบอร์ธานั้นแสนดีเสียจนเธอได้รับเหรียญรางวัลสำหรับความดีทั้งสามประการ นั่นคือ เหรียญสำหรับการอยู่ในโอวาท เหรียญสำหรับความตรงต่อเวลา และเหรียญสำหรับความประพฤติที่ดี มันเป็นเหรียญที่ใหญ่มากและเบอร์ธาก็กลัดมันไว้ที่ชุดเสมอ เวลาเธอเดินก็จะมีเสียงกระทบกันของเหรียญชวนให้ภาคภูมิใจยิ่งนัก  ริเวราวาดให้เบอร์ธายิ้มกริ่ม ปรายตามองมาทางผู้อ่าน ขณะที่ยืดอกรับเหรียญอันที่สาม

ผู้คนในเมืองต่างพูดถึงความดีงามของเด็กหญิงเบอร์ธา ตรงช่วงนี้ริเวราวาดให้ผู้อ่านรู้สึกได้ว่าชาวเมืองต่างซุบซิบกันถึงความชั่วร้ายอะไรสักอย่าง ผู้หญิงคนหนึ่งป้องปากกระซิบกระซาบกับหมู่คนซึ่งมีนายทหารและบาทหลวงรวมอยู่ด้วย ภาพชวนให้คิดว่าความดีของเบอร์ธานั้นเป็นความดีที่น่าสงสัยหรือไม่ก็น่าริษยา

เจ้าชายได้ข่าวเรื่องความดีของเบอร์ธาเช่นกัน จึงให้รางวัลโดยอนุญาตให้เบอร์ธาสามารถเข้าไปชมสวนของพระองค์ซึ่งตั้งอยู่นอกเมืองได้ สวนนี้สวยงามมากและยังไม่เคยมีเด็กคนไหนได้รับอนุญาตให้เข้าไปเลย ระหว่างนี้ซากีเขียนจิกกัดเด็กหญิงเบอร์ธาไว้อีกแล้ว แม้ว่าเบอร์ธาจะได้เข้าไปในสวนแต่เธอก็เสียใจมากที่ในสวนไม่มีดอกไม้เลยเพราะถูกพวกหมูที่เจ้าชายเลี้ยงไว้กินเสียเกลี้ยง เด็กหญิงอุตส่าห์สัญญากับคุณป้าเอาไว้ทั้งน้ำตาว่าจะไม่เด็ดดอกไม้ของเจ้าชาย แต่ในเมื่อไม่มีดอกไม้จะให้เด็ดแล้วเธอก็รู้สึกเหมือนเป็นคนโง่ ให้สัญญาว่าจะทำความดีไปทำไมในเมื่อไม่มีสิ่งยั่วยุใดให้อดกลั้น

ถึงแม้ว่าจะไม่มีดอกไม้ แต่ในสวนของเจ้าชายก็สวยงามมาก เทคนิค Photocopy Transfer ที่ริเวราเลือกใช้นั้นทำให้เกิดต้นไม้รูปทรงสวยแปลกตา ริเวราใช้สีไม้เน้นภาพลวดลายบางส่วนให้ชัดขึ้น บางส่วนก็ต่อเติมออกมาตามจินตนาการ ผู้วาดวางจังหวะภาพได้เก่งมาก และเด็กหญิงเบอร์ธาเองก็กำลังดื่มด่ำกับความงดงามของสวนนี้ ดื่มด่ำกับโอกาสของเด็กดี ริเวราวาดให้เด็กหญิงเบอร์ธายืนอยู่กลางสวนนั่นเลยทีเดียว ที่เห็นเด่นเป็นสง่าคือเหรียญแห่งความดีทั้งสามซึ่งเบอร์ธาจะกลัดติดตัวไว้ตลอดเวลา

หน้าคู่ถัดไป เป็นภาพเบอร์ธาจ้องมองภาพสะท้อนของตนเองในสระน้ำด้วยความภาคภูมิใจ เธอใช้นิ้วจิ้มภาพสะท้อนเหรียญแห่งความดีทั้งสามพร้อมทั้งแสยะยิ้ม ภาพเด็กหญิงตอนนี้ดูน่ากลัวมากกว่าจะน่ารัก และจากที่ริเวรานำเสนอ เรารู้ชัดเจนแล้วว่าเบอร์ธาแสนดีเป็นคนหลงตัวเอง เด็กหญิงมัวแต่ชื่นชมเงาของตัวเองเสียจนไม่ทันสังเกตว่าหมาป่าเข้ามาในสวนแล้ว

เบอร์ธาวิ่งสุดฝีเท้าเมื่อเห็นหมาป่า พลางนึกในใจว่าไม่น่าได้รับอนุญาตให้เข้ามาในสวนนี้เลย ที่หมาป่าเห็นเบอร์ธาเป็นสิ่งแรกก็เพราะเสื้อกันเปื้อนสีขาวที่เด็กหญิงรักษาความสะอาดไว้ดีเยี่ยมนั้นสามารถมองเห็นได้ชัดในระยะไกล     ดูท่าว่าความดีของเบอร์ธาเริ่มจะทำพิษเสียแล้ว

ไม่มีใครมาช่วยเบอร์ธา ในเรื่องเล่าของคุณป้านั้น เด็กหญิงแสนดีได้รับความช่วยเหลือจากผู้คนที่ชื่นชมในคุณความดีของเธอ แต่สำหรับเบอร์ธา ความดีดูเหมือนจะไม่ได้ช่วยอะไร ซ้ำร้ายมันยังชักพาเอาเรื่องน่ากลัวมาสู่เธอเสียอีก เบอร์ธาคิดในใจว่าถ้าเธอไม่ได้เป็นเด็กดีขนาดนี้ ป่านนี้เธอคงปลอดภัยอยู่ในเมืองไปแล้ว เด็กหญิงเข้าไปหลบอยู่ในพุ่มเมอร์เทิลที่ทั้งหนาและส่งกลิ่นแรง หมาป่ามองไม่เห็นและไม่ได้กลิ่นเธอ มันจึงคิดว่าควรจะเปลี่ยนไปจับพวกหมูแทนดีกว่า หมาป่าเข้ามาใกล้เบอร์ธามากเลยทีเดียว

ริเวราวาดภาพหมาป่าไว้เต็มหน้าคู่ หมาป่าตัวใหญ่ นัยน์ตาดุร้าย เห็นเขี้ยวชวนสยอง ข้างหลังคือพุ่มเมอร์เทิลที่เบอร์ธาซ่อนตัวอยู่ หมาป่ากำลังจะเดินจากไปก็พอดีมันได้ยินเสียงกระทบกันของเหรียญแห่งความดีทั้งสามของเบอร์ธา ใช่แล้ว เบอร์ธากลัวจนตัวสั่นและนั่นก็ทำให้เหรียญที่กลัดอยู่ที่อกเสื้อของเธอสั่นไปด้วย เหรียญแห่งการอยู่ในโอวาทสั่นกระทบกับเหรียญความประพฤติดีและเหรียญความตรงต่อเวลา ช่างเป็นตลกร้าย
“แล้วพวกลูกหมูตัวเล็กๆถูกฆ่าหรือเปล่าคะ”
“ไม่เลย พวกมันหนีไปได้หมด”
“เรื่องเริ่มต้นได้แย่จังค่ะ แต่มันมีตอนจบที่สวยงามมากเลย”
“นี่เป็นเรื่องที่สวยงามที่สุดเท่าที่หนูเคยได้ยินมาเลยค่ะ”
เด็กทั้งสามพออกพอใจกับเรื่องเล่านี้มาก และซากีก็ดักคอผู้อ่านไว้เรียบร้อยแล้ว
“เป็นเรื่องที่ไม่สมควรเล่าให้เด็กเล็กๆฟังอย่างที่สุด! คุณทำให้สิ่งที่ดิฉันอบรมมาเป็นปีๆเสียหายหมดนะคะ”
“ยังไงผมก็ทำให้พวกแกเงียบได้ตั้งสิบนาที ซึ่งมากกว่าที่คุณจะทำได้เสียอีกนะ” เป็นคำตอบของชายแปลกหน้าก่อนจะลงจากรถไฟ

นี่คือหนังสือภาพสำหรับเด็กเล่มแรกของอัลบา มารินา ริเวรา ( http://albamarinarivera.com/ ) เป็นผลงานจบการศึกษาจากสถาบันศิลปะ Massana ที่บาเซโลนา สเปน จัดพิมพ์ในภาษาสเปน²โดยสำนักพิมพ์ Ekaré หนังสือได้รับรางวัล New Horizon ในเทศกาลหนังสือเด็กโบโลญญาปี 2552 ที่อิตาลี ได้รับรางวัลหนังสือที่ดีที่สุดสำหรับเด็กและเยาวชน ปี 2552 ที่เวเนซุเอลา และเข้ารอบสุดท้ายเทศกาลหนังสือภาพของเกาหลีปี 2552

สำนักพิมพ์ระบุไว้ว่าสำหรับเด็กอายุเก้าขวบขึ้นไป

——
¹ วิธีการทำ Photocopy Transfer  คือใช้ตัวทำละลายถูลงไปบนด้านหนึ่งของภาพต้นแบบ(เช่นภาพถ่ายธรรมดาหรือภาพถ่ายเอกสารทั้งสีและขาวดำ) คว่ำภาพลงบนพื้นผิวที่ต้องการ(เช่น ผ้า กระดาษ หรือไม้) แล้วจึงอาศัยแรงกดถูส่งผ่านภาพไปบนวัสดุที่ต้องการ อีกวิธีคือใช้ความร้อนนาบลงบนภาพต้นแบบที่ทาบบนวัสดุที่ต้องการแล้ว ดูวิธีการทำได้ที่  http://www.youtube.com/watch?v=T0J8TAh_zFo
²สามารถอ่านเรื่องสั้นของซากีในภาษาอังกฤษได้ที่ลิงก์ http://haytom.us/showarticle.php?id=84

บทความพิเศษ มติชนสุดสัปดาห์
ฉบับประจำวันที่ 21-27 ตุลาคม 2554


Advertisements

3 thoughts on “ซากี เรื่องเล่าของเด็กดี

  1. sunlightscape พูดว่า:

    ดูภาพบางส่วนในเล่มได้ที่ http://issuu.com/ekare/docs/el_contador?mode=window&pageNumber=1

  2. […] translated by Fuangfa Chartgumhang ภาษาไทย https://welovetinyline.wordpress.com/2012/01/02/%E0%B8%8B%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B5-%E0%B9%80%E0%B8%… […]

  3. ferzkiwi พูดว่า:

    น่าสนใจมากๆเลยค่ะ ขอบคุณที่นำมาแบ่งปันนะคะ ^^

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: